SuperSight Surgery ใช้วิวัฒนาการล่าสุดของเลนส์แก้วตาเทียมที่เป็นวิทยาการล่าสุดจากประเทศเยอรมนี ที่ได้รับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ CE ของยุโรปและ วิทยาการล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ US FDA เป็นการยืนยัน สามารถส่งเสริมคุณภาพที่ดีกว่าของชีวิตให้แก่ผู้ป่วย ช่วยให้คนไข้ส่วนมากสามารถที่จะปฎิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันปรกติโดยปราศจากการต้องการใช้แว่นช่วยแก้ไขสายตา ทำให้สามารถมองเห็นวัตถุทั้งในระยะไกล และระยะใกล้ได้ตามต้องการ อย่างอิสระ
เชิญเข้ารับการตรวจ ปรึกษา หรือขอคำแนะนำ ว่า SUPERSIGHT SURGERY เป็นที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่
ที่ ศูนย์ศัลยกรรม SuperSight ของโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
|
หลักการ
|
|
เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษนี้ สามารถทำงานได้คล้ายเลนส์แก้วตาตามธรรมชาติของดวงตามนุษย์ ที่มีความยืดหยุ่น และสามารถที่จะปรับให้เหมาะกับการมองเห็นวัตถุที่ระยะต่างๆได้ตลอดเวลา แต่เลนส์แก้วตาเทียมโดยทั่วไป จะแข็งและไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่าง เพราะฉะนั้นคนไข้ที่ผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียมแล้วก็มักจะยังต้องการที่จะสวมแว่นตาเพื่อช่วยเหลือการมองเห็นให้เหมาะสม
เมื่อต้องเพ่งมองระยะใกล้ (มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ciliary) Akkommodative 1CU จะปรับตำแหน่ง และรูปร่างให้มองเห็นได้ชัดเจนในระยะใกล้ โดยปราศจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ciliary การคลายตัวนี้จะทำให้ Akkommodative 1CU ปรับตำแหน่ง และรูปร่างสำหรับการมองเห็นวัตถุในระยะไกล
|
เลนส์แก้วตาเทียมพิเศษอีกชนิดหนึ่ง จะสามารถทำงานทดแทนเลนส์แก้วตาตามธรรมชาติของดวงตามนุษย์ ที่มีความยืดหยุ่น และสามารถที่จะปรับให้เหมาะกับการมองเห็นวัตถุที่ระยะต่างๆได้ตลอดเวลา ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปร่าง แต่มีการตั้งระยะปรับความคมชัดของภาพได้ทั้งระยะไกลและระยะใกล้ ให้เกิดภาพคมชัดชัดทั้งสองระยะได้ตลอดเวลา
|
รอยแผลศัลยกรรมขนาดเล็กมาก จะช่วยให้แผลหายเร็ว เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของการรักษาในปัจจุบัน ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย, มีปัญหา หรือโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ ความจำเป็นสำหรับการติดตามดูแลเอาใจใส่ทำได้ง่ายกว่าการผ่าตัดในสมัยก่อนอย่างมากมาย
|
|
SuperSight Doctor .
นายแพทย์ สมชาย ตระกูลโชคเสถียร
จักษุแพทย์
โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
โทร ( 087 ) 5818282
อีเมล์: somchait@bph.co.th
|

|
|
การศึกษา คุณวุฒิ และประสบการณ์ทำงาน
|
|
แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2530
วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2537
|
| ร่วมศึกษา ดูงาน แลกเปลี่ยนความชำนาญเชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาระหว่างประเทศ โครงงานORBIS ปี 2535
ศึกษา ดูงานด้านศัลยกรรมเลเซอร์เพื่อการรักษาสายตาผิดปกติ ( LASIK )ในAntwerp, ประเทศเบลเยี่ยม ปี 2545
ศึกษา ดูงานด้านศัลยกรรมเพื่อการรักษาสายตาผิดปกติ ( Akkommodative-1CU )ในMunich,ประเทศเยอรมนี ปี 2546
ศึกษา ดูงานด้านศัลยกรรมเพื่อการรักษาสายตาผิดปกติ ( Implantable Collamer lens )ในLisbon,ประเทศโปรตุเกส ปี 2548
ศึกษา ดูงานด้านศัลยกรรมเพื่อการรักษาสายตาผิดปกติ ( Cataract & Refractive Surgery )ในLondon,ประเทศอังกฤษ ปี 2549
|
|
สมาชิกของชมรมแพทย์ผู้ผ่าตัดรักษาต้อกระจก และภาวะสายตาผิดปกติแห่งสหรัฐอเมริกา
สมาชิกของชมรมแพทย์ผู้ผ่าตัดรักษาต้อกระจก และภาวะสายตาผิดปกติแห่งสหภาพยุโรป
|
SuperSight Surgery
| ผลการรักษา |
|
ข้อมูลผลการศึกษาที่ได้รับมากจากการสัมภาษณ์ผลที่ได้รับ และความพึงพอใจในผลของการรักษา จากผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรม SuperSight เมื่อผ่านไป 3 เดือนภายหลังรับการรักษา ทราบว่า
| |
ใช่ ( % ) |
ไม่ ( % ) |
| ถ้าย้อนกลับไปได้ คุณคิดว่ายังคงต้องการเข้ารับการทำศัลยกรรมแก้ไขสายตานี้เช่นเดิม |
95
|
5
|
| คุณยังคงต้องสวมใส่แว่นสายตาภายหลังการการทำศัลยกรรมไปแล้ว |
6
|
94
|
| คุณยังจำเป็นต้องใช้แว่นเพื่อช่วยในการมองเห็นในระยะไกล |
4
|
96
|
| คุณยังจำเป็นต้องใช้แว่นเพื่อช่วยในการมองเห็นในการอ่านหนังสือ |
3
|
97
|
| คุณพอใจผลที่ได้รับภายหลังการทำศัลยกรรมแก้ไขสายผิดปกติ |
4
|
96
|
|
การศัลยกรรม SuperSight มีความปลอดภัยเพียงใด?
ศัลยกรรม SuperSight ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว มาจากดวงตาหลายล้านดวงของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง ( Phacoemulsification ) ที่ใช้เทคนิคเกี่ยวกับการศัลยกรรมเช่นเดียวกันที่ใช้สำหรับการทำศัลยกรรม SuperSight ซึ่งพบว่ามีความเสี่ยงน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดทุกชนิดก็อาจมีความเสี่ยงแฝงอยู่ในตัวเอง และคุณเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้ว่า คุณประโยชน์ที่จะพึงมีของการทำศัลยกรรมใดๆจะมีคุณค่าคุ้มกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เมื่อท่านได้รับคำปรึกษา และข้อมูลที่เพียงพอจากแพทย์ผู้ทำการรักษาของท่านแล้วเท่านั้น
เทคนิคสมัยใหม่ หรือ Microsurgery สำหรับการสลายต้อกระจกได้มีการพัฒนา และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นตลอดเวลาในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง เลนส์แก้วตาธรรมชาติภายในดวงตาซึ่งขุ่นฝ้า และแข็งตัว เสื่อมสภาพไปตามวัย หรือโรคของผู้ป่วย จะถูกสลายให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือเป็นผง แล้วถูกดูดออกทิ้งไป วิวัฒนาการของการผ่าตัดชิดนี้ได้มีความก้าวหน้าอย่างมากมาย และถูกนำมาศึกษาค้นคว้า และประยุกต์นำมาใช้ในการทำศัลยกรรม SuperSight เพื่อที่จะแก้ไขแก้ภาวะสายตาผิดปกติ และสายตายาวสูงอายุ
ศัลยกรรม SuperSight อาจจะกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ของผู้มีปัญหาสายตา ทั้งในกลุ่มผู้ที่ปัญหาจากต้อกระจก หรือมีสายตาผิดปกติอย่างมากแต่มีความหนาของกระจกตาไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขด้วยLASIK และเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ปรารถนาจะลดหรือกำจัดความจำเป็นที่ต้องพึ่งพาแว่นสายตา โดยเฉพาะที่ต้องใช้แว่นตาช่วยทั้งการมองในระยะใกล้ และระยะไกล (แม้ว่าจะยังไม่มีปัญหาหรืออาการแสดงของโรคต้อกระจกก็ตาม) ซึ่งในกรณีนี้ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เชื่อว่ายังไม่มีการผ่าตัด หรือศัลยกรรมใดๆ ที่สามารถจะแก้ไขอย่างได้ผล และให้ผลได้ใกล้เคียงธรรมชาติได้มากเท่ากับการทำศัลยกรรม SuperSight
ประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับภายหลังการทำศัลยกรรม SuperSight มีอะไรบ้าง ?
ผู้ที่ได้รับการศัลยกรรมไปแล้วมักกล่าวว่า พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นที่ไม่ต้องพึ่งพาการใช้แว่นสายตาอยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะมีระยะเวลาพักฟื้น และฝึกฝนการควบคุมการทำงานของเลนส์ชนิดพิเศษนี้ในการเพ่งมองที่ระยะต่างๆตามคำแนะนำของแพทย์อยู่สักระยะเวลาหนึ่ง และคนเหล่านี้จะไม่มีโรคต้อกระจกเกิดขึ้นอีกในอนาคต อย่างไรก็ตามข้อมูลและคำแนะนำที่เราจัดเตรียมขึ้นเกี่ยวกับคำแนะนำ และผลการรักษาของการทำศัลยกรรม ได้อาศัยข้อมูลทางวิชาการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประกอบกับข้อมูลและความคิดเห็นของผู้ที่ผ่านการรักษาไปแล้ว และเราก็เข้าใจว่ายังมี คำถามอย่างจำเพาะเจาะจงอีกมากมายในสิ่งต่างๆที่เป็นความกังวลเฉพาะตัวของผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับการศัลยกรรมแต่ละรายซึ่งอาจไม่ซ้ำหรือแตกต่างกัน ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับการรักษาแต่ละท่านควรจะหาโอกาสค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ และควรเข้าใจว่าศัลยกรรม SuperSight เป็นสิ่งใหม่ และเป็นวิทยาการที่ทันสมัย แต่ก็เป็นเช่นเดียวกับการผ่าตัดทั่วไปทุกชนิดที่ย่อมมีความเสี่ยงแฝงอยู่ จึงควรจะพิจารณาอย่างรอบคอบและระมัดระวัง หรือค้นหาผลการค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆด้วย หรือสามารถปรึกษาขอคำแนะนำนี้กับนายแพทย์สมชาย ( จักษุแพทย์ผู้ที่จะทำการรักษา ) ได้โดยละเอียด
ภายหลังการศัลยกรรมนานเท่าไร จึงจะเห็นผลของการรักษา และสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ?
ผู้เข้ารับการรักษาควรจะเข้าใจว่า ผลของการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการผ่าตัด และความสามารถของผู้ป่วยเองในการควบคุมการทำงานของเลนส์แก้วตาเทียม จะตอบสนองการสั่งการของสมองให้เพ่งมองสิ่งต่างๆให้เกิดการมองเห็นภาพที่ชัดเจน เพื่อจะให้บรรลุประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมการมองเห็น อาจใช้หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนก่อนที่ผู้รับการรักษาจะบรรลุผลตามที่ต้องการ
ภายหลังการทำศัลยกรรม SuperSight ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ทันที เพราะจะใช้เพียงยาชาหยอดตาช่วยระงับความรู้สึกในขณะทำการศัลยกรรมเท่านั้น การรักษาก็ไม่มีความเจ็บปวด และมีเพียงบางรายเท่านั้นที่อาการระคายเคืองในตาบ้างเล็กน้อยอยู่ชั่วคราวเป็นระยะเวลาสั้นๆภายหลังการทำศัลยกรรม อาการต่างๆจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ และมองเห็นได้ดีในวันรุ่งขึ้นหลังการศัลยกรรม ผู้เข้ารับการรักษาสามารถใช้สายตาได้ทันทีในการทำงาน หรือเพ่งมองสิ่งต่างๆ แต่ยังควรที่จะระมัดระวังไม่ให้น้ำ หรือฝุ่นเข้าตา รวมทั้งไม่ขยี้ตาแรงๆเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาจต้องมีการปรับตัว หรือฝึกฝนการใช้สายตาบ้างตามคำแนะนำของแพทย์ และกลับมาตรวจติดตามดูผลการรักษา และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์นัด
ผลของการรักษาจะคงอยู่อย่างถาวรหรือไม่ ?
ใช่ ผลการรักษาจะคงอยู่อย่างถาวรในระยะยาว หรือตลอดชีวิต
อาจจะมีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง ?
แม้ว่าโอกาสเกิดความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่ากับการกระทำสิ่งใดก็ตาม แต่ศัลยกรรม SuperSight ถือได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามก็ควรจะเข้าใจว่าศัลยกรรมใดๆย่อมมีความเสี่ยง แม้ศัลยแพทย์จะไม่ได้อะไรผิดพลาดเลย และการศัลยกรรมสำเร็จราบรื่นดีทุกประการ แต่ตัวอย่างเช่นค่าความผิดปกติของสายตาอาจแก้ไขได้ไม่หมดสิ้น หรือแก้ไปมากเกินไปกว่าที่ประสงค์ไว้ย่อมเกิดขึ้นได้ โดยทั่วไป ประมาณ 95% ของผู้เข้ารับการศัลยกรรม SuperSight จะประสบผลสำเร็จ และพึงพอใจกับผลการรักษา โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ
ภาวะแทรกซ้อนเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว และไม่รุนแรง ซึ่งจะหายกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ในเวลาต่อมา เช่น การมีความดันภายในลูกตาสูงขึ้นชั่วคราว, การมีเลือดออกใต้เยื่อตา หรือภายในดวงตา, ตาบวม, กระจกตาบวม, จอรับภาพบวม มีน้อยรายมากที่อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่นาน หรือถาวร
ภาวะแทรกซ้อนที่ชนิดรุนแรง เช่น เกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอก ( โอกาสน้อยกว่า 1% ) และภาวะติดเชื้อภายในดวงตา ( endophthalmitis – มีความเสี่ยงที่จะเกิดได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ราย) แม้จะเป็นภาวะแทรกซ้อนชนิดที่รุนแรง แต่ทั้ง 2 ประการดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่สามารถรักษาได้ ถ้าตรวจพบได้รวดเร็วและให้การรักษาได้ทันท่วงที ในรายที่จะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง จนกระทั่งสูญเสียการมองเห็นอย่างมาก และเป็นการถาวร หรือจนกระทั่งตาบอดนั้น ถือว่ามีโอกาสเกิดน้อยมากๆ
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่าความการเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในการทางศัลยกรรม เช่นเดียวกับการทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเราเหมือนกัน และการที่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆเกิดขึ้นมา ก็ไม่ได้แปลว่า เกิดความผิดพลาด หรือมีความบกพร่องในการทำศัลยกรรม
เคยมีใครตาบอดจากการทำศัลยกรรม SuperSight หรือไม่ ?
ไม่มี ยังไม่เคยมีผู้ป่วยทำศัลยกรรม SuperSight รายใดเลยตาบอด อย่างไรก็ตามไม่ใช่หมายความว่าศัลยกรรม SuperSight ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ด้วยการรวมคุณสมบัติของศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างมากของเราและเครื่องมือ, เทคโนโลยี ตลอดจนวิทยาการที่ทันสมัยที่สุดทีเรามี คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับการดูแล รักษา และเอาใจใส่ด้วยมาตรฐานที่สูงสุด
การทำศัลยกรรม SuperSight จะมีอาการเจ็บปวดหรือไม่?
ไม่เจ็บเลย ก่อนที่ศัลยกรรม SuperSight จะเริ่มต้น แพทย์จะทำการหยอดยาชาช่วยระงับความรู้สึกให้แก่คุณ บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกไม่สบายตาบ้างเล็กน้อย ก็สามารถแจ้งให้แพทย์หยอดยาชาเติมให้ได้ หลังเสร็จสิ้นการทำศัลยกรรม คุณอาจรู้สึกระคายเคืองตาได้บ้างเล็กน้อย เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะบรรเทาลงได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือ นอนหลับพักสักตื่น อาการจะดีขึ้น หรือหายเป็นปกติเมื่อตื่นขึ้นมา
ทุกๆคนที่ต้องการรักษา สามารถเข้ารับการรักษาด้วยศัลยกรรม SuperSight ได้ใช่ไหม?
ศัลยกรรม SuperSight เป็นสิ่งที่มีผู้สนใจอยากเข้ารับการรักษาอยู่มากมาย แต่มันไม่ได้เหมาะสำหรับคนทุกๆคนไป จึงอยากแจ้งให้ทราบว่า ศัลยกรรม SuperSight จะเหมาะสมสำหรับ ผู้ที่สุขภาพดวงตาที่ดี แต่มีปัญหาทางด้านสายตา คือสายตายาวและไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะใกล้ เนื่องจากภาวะสายตายาวสูงอายุ, เริ่มมีต้อกระจก แต่ยังไม่มากหรือรุนแรง และวัยประมาณตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ผู้ซึ่งรู้ว่าสายตาตนเองแย่ลง ไม่สามารถมองเห็น หรือทำสิ่งต่างๆได้ดีเหมือนแต่เดิม และไม่ชอบ หรือไม่มีความสุขกับการใช้แว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์ กลุ่มผู้สนใจที่มีอาการต่างๆเหล่านี้ อาจจะเหมาะที่จะทำศัลยกรรม SuperSight
ใครบ้างที่เป็นผู้ที่ไม่สมควรทำศัลยกรรม SuperSight หรือมีข้อห้ามอะไรบ้าง ?
ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา ควรจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ว่าตนเองอยากจะลดการพึ่งพาการใช้แว่นแก้ไขสายตาลง แต่ไม่ได้แปลว่า ภายหลังการศัลยกรรม คุณจะมีสายตาที่ดีเยี่ยมเหมือนเมื่อครั้งที่เยาว์วัย จึงควรมีความคาดหวังที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง อีกทั้งเข้าใจดีถึงความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรม ทั้งปัญหาระยะสั้นและ ผลกระทบที่อาจมีในระยะยาว ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาควรจะมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคร้ายแรงที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการให้สงบลงได้ และควรปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลรักษาประจำตัวเสียก่อน นอกจากนั้น ปัญหาเกี่ยวกับความต้องการ หรือ ความคาดหวังที่เกินความเป็นจริง, คนที่ขี้วิตกกังวล หรือคนที่พยายามใช้เลนส์แก้ไขสายตาทุกชนิดแล้วก็ยังไม่ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นจนเป็นที่พอใจได้ เหล่านี้เป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมจะมาเข้ารับการรักษา
รับประกันได้หรือไม่ว่า หลังการทำศัลยกรรม แล้ว จะไม่ต้องใช้แว่นอีกเลยตลอดชีวิต ?
ไม่สามารถรับประกันได้ถึงขนาดนั้นครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นการรักษาชนิดใดๆทางการแพทย์ เราย่อมไม่สามารถให้หลักประกันกับผู้ป่วยได้ถึงขนาด 100% เช่นเดียวกันกับศัลยกรรม SuperSight ที่จะช่วยให้การมองเห็นของคุณดีขึ้น ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น การศัลยกรรมจะช่วยให้คุณลดการพึ่งพาแว่นแก้ไขสายตาลง หรืออาจจะไม่ต้องใช้แว่นตาอีกเลยก็ได้ในกรณีที่สามารถยอมรับการมองเห็นด้วยดวงตาของคุณเองภายหลังการทำศัลยกรรมได้ดี แต่ในบางกรณีที่การมองเห็นยังไม่เป็นที่พอใจ ก็ยังอาจจะใช้แว่นสายตาช่วยเหลือได้บ้างเป็นครั้งคราว หรืออาจทำศัลยกรรมรักษาสายตาด้วยแสงเลเซอร์ เช่น LASIK เพิ่มเติมได้อีก การปรึกษากับจักษุแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา จะช่วยบอกได้ว่า คุณควรจะเข้ารับการศัลยกรรมหรือไม่ และคุณควรจะคาดหวังอะไรได้บ้าง อีกทั้งการปรับตัวกับการเห็นรูปแบบใหม่ และการหมั่นฝึกฝนการใช้สายตาของคุณเองภายหลังการศัลยกรรมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผลของการรักษาประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
ศัลยกรรม SuperSight จะช่วยป้องกันไม่เกิดต้อ หรือโรคตาอื่นๆได้ด้วยหรือไม่?
ไม่ได้เกี่ยวข้องกันครับ แม้ว่าศัลยกรรม SuperSight จะทำให้คุณไม่เป็นโรคต้อกระจก แต่ไม่ได้ช่วยป้องกัน หรือรักษาโรคตาอื่นๆ เช่น ต้อเนื้อ ตาแดง กุ้งยิง หรือจอประสาทตาเสื่อมเมื่อสูงอายุ
แปลว่าในอนาคตไม่จำเป็นต้องผ่าตัดต้อกระจกอีก ใช่หรือไม่?
ถูกต้องครับ เลนส์แก้วตาที่เริ่มเสื่อมสภาพจะถูกนำออกไป ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นต้อกระจกได้อีก
และเลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่ไว้ทดแทนก็จะอยู่อย่างคงทน ถาวร ไม่มีการเสื่อมสภาพ และไม่ต้องการดูแลรักษาใดๆ
สามารถรักษาทั้งสองตาพร้อมกันได้เลยหรือไม่ ?
ได้ครับ ศัลยกรรม SuperSight ให้ผลลัพธ์สามารถทำนายได้ค่อนข้างแม่นยำและปลอดภัย ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ชอบที่จะทำทั้งตาสองในวันเดียวกัน (แบบ Simultaneous Bilateral Cataract Surgery) เพื่อความสะดวกต่อการเข้ารับการรักษา พักฟื้น และการปรับตัวภายหลังการทำศัลยกรรม
อะไรจะช่วยป้องกันไม่ให้หลับตา หรือ กระพริบตาระหว่างการทำศัลยกรรม ?
มีอุปกรณ์ที่ที่ช่วยในการเปิดตา หรือถ่างตา ใช้เพื่อถ่างหนังตาให้เปิดระหว่างการทำศัลยกรรมโดยไม่เจ็บปวด ดังนั้นคุณไม่จะต้องไม่กังวลเกี่ยวกับการกระพริบตา ส่วนการเผลอลืมตัวกลอกตา หรือขยับตาบ้างเล็กน้อยระหว่างการทำศัลยกรรมก็ไม่ได้เป็นปัญหาร้ายแรงอะไร ถ้าเผื่อว่าอาจจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น ก็อยากบอกให้ทราบว่า ผู้ที่เคยผ่านเข้ารับการทำศัลยกรรม SuperSight ส่วนใหญ่จะบอก มันง่ายกว่ามากกว่าที่เขาคิดไว้
สายตาเอียง คืออะไร? SuperSight สามารถแก้สายตาเอียงได้ด้วย หรือไม่ ?
ภาวะสายตาอียงมักเป็นผลมาจากความโค้งของกระจกตาของคุณ (ไม่เกี่ยวกับเรื่อง ตาเข ที่ตา 2 ข้างมองคนละทิศทางอย่าไปสับสนกัน) กระจกตาจะเป็นเนื้อเยื่อส่วนที่ใส และครอบตาดำอยู่ทางด้านหน้าเหมือนกระจกหน้ารถ โดยปกติจะมีความโค้งเกือบเป็นครึ่งของทรงกรมเหมือนลูกบาสเก็ตบอล แต่ถ้าคุณมีภาวะสายตาเอียงที่กระจกตาของคุณ กระจกตาจะเบี้ยวคล้ายลูกรักบี้ฟุตบอล หรืออเมริกันฟุตบอล ภาวะสายตาสั้นหรือภาวะสายตายาว รวมทั้งสายตายาวสูงอายุ จะสามารถถูกแก้ไขได้ด้วยศัลยกรรม SuperSight แต่ภาวะสายตาเอียง อาจจะถูกช่วยทำให้ลดน้อยลงได้บ้าง หรือบางครั้งอาจทำให้มีเกิดขึ้นมาใหม่ก็ได้ ซึ่งก็สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการที่ดี และเหมาะสมที่สุดต่อไป เช่น การทำLASIK หรือ PRK จะขจัดภาวะสายตาเอียงให้หมดไปได้
ค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรม SuperSight สูงมากไหม เป็นราคาเท่าไหร ?
โดยปกติศัลยกรรม SuperSight จะมีค่าใช้จ่าย 200,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมทั้งสองตา รวมค่าเลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษ ค่าห้องพัก 1 คืนในโรงพยาบาล และ ค่ายาในวันที่ทำการศัลยกรรม
หมายเหตุ เป็นค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอื่นๆอีก
การทำศัลยกรรม SuperSight สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากการประกันสุขภาพหรือไม่?
โดยปกติการประกันสุขภาพจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษา หรือผ่าตัดต้อกระจก เมื่อการมองเห็นของคุณถูกรบกวน หรือทำให้ลดประสิทธิภาพลงจากต้อกระจกจนกระทั่งเกิดความเสียหาย หรือมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติ
บริษัทผู้รับประกันแต่ละบริษัทอาจมีนโยบาย หรือแผนคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาที่แตกต่างกันออกไปได้ แต่ส่วนมากมักจะครอบคลุมโรคที่มาเกิดขึ้นภายหลังจากการทำประกันสุขภาพแล้ว จึงจำเป็นที่คุณควรจะตรวจสอบกับบริษัทประกันของคุณ ถึงความรับผิดชอบและคุ้มครองตามกรมธรรมที่คุณถืออยู่.
ภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่น ( Secondary Cataract ) คืออะไร?
เลนส์ที่เสื่อมสภาพตามธรรมชาติของดวงตาจะถูกเอาออกไประหว่างการทำศัลยกรรม โดยจักษุแพทย์จะเก็บรักษาถุงเลนส์แก้วตาตามธรรมชาตินั้นไว้ เพื่อเป็นที่เก็บหรือฝังเลนส์แก้วตาเทียม และด้วยกระบวนการสมานตัว หรือการหายของแผลตามธรรมชาติ หลายเดือนหรือหลายปีต่อๆมาหลังจากศัลยกรรม ถุงหุ้มนี้อาจจะขุ่นเป็นฝ้า และสามารถทำให้สายตาที่เคยมองเห็นคมชัดกลับมัว หรือสลัวลง ทำให้บางคนคิดว่าเกิดจากเลนส์เสื่อมสภาพ
เมื่อมันเกิดขึ้น ภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่นนี้ สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย และจะไม่เกิดเป็นซ้ำขึ้นใหม่อีก โดยการตัด หรือการชำระล้างให้เป็นช่องว่างที่สว่างใสที่บริเวณพื้นที่ศูนย์กลางของถุงหุ้มที่ขุ่นทึบด้วยการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ ที่เรียกว่า การทำ Nd:YAG capsulotomy
การทำเลเซอร์รักษาภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่นนี้ ใช้เวลาสั้นๆไม่ถึง 5 นาที, ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม, ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย, ไม่ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล และ การมองเห็นดีขึ้นเลยทันที