bulletDr. Somchai's Biography
bulletSuperSight in News
bulletOPINION
bulletSuperSight Doctor
bulletRelated Website
bulletMore... about PATTAYA
bulletLocation & Map
dot
Newsletter

dot
bulletSpecial Offer ! _ LASIK PROMOTION _


Patient
SuperSight Surgery experiences are broadcasting on youTube NOW!


ภาษาไทย

 

 

 ศัลยกรรมซุปเปอร์ไซท์  
คืออะไร?

 

ศัลยกรรมซุปเปอร์ไซท์ (SuperSight Surgery)

SuperSight Surgery เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการการผ่าตัดแก้ไขสายตา ที่รักษาสายตาผิดปกติ ทั้งการมองเห็นระยะใกล้ และระยะไกล และ การมองเห็นทั้ง 2 ตาใกล้เคียงหรือเหมือนกันตามธรรมชาติ (ไม่ใช่ ตาหนึ่งใช้มองไกล อีกตาใช้มองใกล้) ที่สำคัญอีกประการคือ สามารถรักษาต้อกระจกได้ในคราวเดียวกัน หรือป้องกันไม่ให้เป็นต้อกระจกในอนาคต

 

 

SuperSight Surgery  ใช้วิวัฒนาการล่าสุดของเลนส์แก้วตาเทียมที่เป็นวิทยาการล่าสุดจากประเทศเยอรมนี ที่ได้รับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ CE   ของยุโรปและ วิทยาการล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ US FDA เป็นการยืนยัน  สามารถส่งเสริมคุณภาพที่ดีกว่าของชีวิตให้แก่ผู้ป่วย  ช่วยให้คนไข้ส่วนมากสามารถที่จะปฎิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันปรกติโดยปราศจากการต้องการใช้แว่นช่วยแก้ไขสายตา ทำให้สามารถมองเห็นวัตถุทั้งในระยะไกล และระยะใกล้ได้ตามต้องการ อย่างอิสระ

 

 

 

 ซุปเปอร์ไซท์

 


 หลักการของ ศัลยกรรมแก้ไขสายตาแบบซุปเปอร์ไซท์

 มนุษย์เราจะมีเลนส์อยู่ 2 ชนิดภายในดวงตา คือ กระจกตา ที่เป็นส่วนใส โค้ง อยู่ทางด้านหน้า และ เลนส์แก้วตา ที่อยู่ภายในดวงตา (ด้านหลังต่อม่านตา ซึ่งเป็นส่วนที่มีสีแตกต่างกันไปได้ในแต่ละชนชาติ และมีรูตรงกลางซึ่งสามารถหดตัว หรือขยายเพื่อควบคุมการผ่านเข้าของแสงสู่จอประสาทตา) เลนส์ทั้ง 2 อัน จะทำการรวมแสงให้เกิดเป็นภาพที่คมชัดบนจอประสาทตา ซึ่งจะส่งกระแสประสาทผ่านเส้นประสาทตาไปสู่สมอง ทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเราได้อย่างชัดเจน
ความไม่สมบูรณ์ หรือการเสื่อมสภาพของเลนส์ตา ทำให้การมองเห็นผิดปกติไป เช่น เมื่อคนเราอายุผ่านพ้นวัย 40 ปีไป เลนส์แก้วตาภายในดวงตา ที่เคยยืดหยุ่นช่วยในการเพ่งมองทั้งในระยะใกล้และระยะไกล จะเริ่มเสื่อมสภาพและลดความยืดหยุ่นลง ทำให้เราเริ่มสังเกตถึงความยากลำบากในการเพ่งมองระยะใกล้ๆ เช่นเวลาอ่านหนังสือ เราจะต้องยืดแขนถือหนังสือให้ห่างจากดวงตามากขึ้น หรือต้องการแสงสว่างที่มากขึ้น เพื่อจะอ่านได้อย่างชัดเจนเหมือนปกติ แต่ในที่สุดเราก็อาจปรับตัว หรือทนต่อสภาพนั้นไม่ไหว และต้องเริ่มหันไปพึ่งพาแว่นตาช่วยอ่านหนังสือ และเมื่อวัยล่วงเลยไปเรื่อยๆเลนส์แก้วตายิ่งเสื่อมสภาพตามวัยมากขึ้น ก็ต้องการกำลังขยายในการช่วยอ่านเพิ่มขึ้นไปตามตัว  บางคนมีปัญหาในการมองเห็นระยะไกลอยู่ก่อนแล้ว หรือเพื่อเพิ่มความสะดวกที่จะไม่ต้องคอยสวมและถอดแว่นตาอยู่บ่อยๆ ก็ต้องใช้เลนส์แว่นตาแบบ 2 ชั้น หรือแบบหลายระยะ  เพื่อมองทั้งระยะไกลและใกล้ นอกจากเลนส์แก้วตาที่เสื่อมสภาพตามวัย จะแข็งตัวขาดความยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อยแล้ว ยังจะเพิ่มความขุ่นมัวจนกลายเป็นต้อกระจกในระยะต่อไป ในบางคน กระจกตาที่อยู่ทางด้านหน้าก็มีความผิดปกติร่วมด้วย โดยอาจจะมีรูปร่าง และความโค้งที่ไม่สมบูรณ์ เป็นสาเหตุของสายตาเอียง และการมองเห็นที่ไม่คมชัด ซึ่งมักจะเป็นมาก่อน และใส่แว่นตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากกระจกตานี้ จะเปลี่ยนแปลงหรือส่งผลน้อยกว่าต่อความเสื่อมสภาพตามวัยของสายตา


 

ศัลยกรรมซุปเปอร์ไซท์

เชิญรับชม   รีวิวประสบการณ์ของผู้รับการรักษา และเทคนิคการผ่าตัด
(หมายเหตุ ผลลัพธ์ หรือความคิดเห็น อาจเปลี่ยนแปลง หรือแตกต่างไปแล้วแต่บุคคล)


 

ข้อดีของศัลยกรรม

1. รักษาสายตาผิดปกติ ทั้งการมองเห็นระยะใกล้ และระยะไกล
2. ให้ผลการรักษาที่คงที่ 
3. การมองเห็นทั้ง 2 ตาใกล้เคียงหรือเหมือนกันตามธรรมชาติ(ไม่ใช่ ตาหนึ่งใช้มองไกล อีกตาใช้มองใกล้)
4.  รักษาต้อกระจกได้ในคราวเดียวกัน หรือป้องกันไม่ให้เป็นต้อกระจก
 
การรักษาที่มุ่งเน้นการดัดแปลงความโค้งของกระจกตา เช่น การทำ CK หรือ LASIK จะให้ผลการรักษาอยู่เพียงชั่วคราว เพราะเลนส์แก้วตาที่ขาดความยืดหยุ่นไปตามวัย อันเป็นต้นตอของปัญหาสายตายาวตามวัย ไม่ได้รับการแก้ไข จึงยังมีการเสื่อมสภาพต่อไปได้อีกเรื่อยๆ และต้องเป็นต้อกระจก ซึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจกอีกในที่สุด และการดัดแปลงความโค้งของกระจกตานั้น จะต้องทำแยกให้ข้างหนึ่งใช้มองเห็นระยะไกล ส่วนอีกข้างใช้มองในระยะใกล้ ทำให้การมองเห็น 3 มิติ หรือความแม่นยำในการกะระยะ(depth perception)ลดลง

ผู้ที่เหมาะสมในการรักษาด้วยศัลยกรรม

1. ผู้ที่มีสายตายาวสูงอายุ และไม่ต้องการใช้แว่นอ่านหนังสือ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
2. ผู้ที่สายตาผิดปกติมากๆอยู่ก่อน และพบว่าตัวเองมีสายตายาวสูงอายุเข้ามาเป็นปัญหาร่วมด้วย
3. ผู้ที่เริ่มมีต้อกระจกแล้ว

 

เป้าหมายสำคัญของการดูแลผู้ป่วยที่ของเราที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โรงพยาบาลจะพยายามช่วยเหลือคนไข้แต่ละคนที่จะให้บรรลุผลการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติที่ดี และรวดเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยการศึกษา พัฒนาอย่างต่อเนื่อง วิธีที่เราใช้ในการเอาใจใส่คนไข้ เราสามารถที่จะแก้ไขสายตาและการมองเห็นให้ดีขึ้น โดยสร้างประสบการณ์ทุกขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพ และสะดวกที่สุดสำหรับคุณ

การรักษาอาศัยการใช้คลื่นความถี่สูง (Ultrasound) ผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็กมากตามวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับกันแล้วว่าได้ผลดี และปลอดภัย ร่วมกับการพัฒนาโดยใช้วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ของเลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษ ไว้แทนที่เลนส์ตาที่เสื่อมลงตามธรรมชาติ หรือมีต้อกระจก ให้ผลของการรักษาที่ดีเยี่ยม มีความแม่นยำในการแก้ไขสายตาผิดปกติ และความปลอดภัยในการรักษาสูงมาก โอกาสผิดพลาด หรือมีโรคแทรกซ้อนต่ำ ( น้อยกว่า1% และถึงมีเกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ ยังไม่เคยมีผู้ป่วยรายใดสูญเสียการมองเห็นถึงกับขั้นตาบอด ) ทำให้ผลของการรักษาเป็นที่พึงพอใจของผู้ป่วย ช่วยย้อนวันเวลาของสภาพสายตาให้ท่านกลับมามองเห็นได้ชัดเจนดีดังเดิมโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตา หรือแว่นช่วยการอ่านหนังสือ จนมีจำนวนผู้สนใจเข้ารับการรักษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ ที่เป็นกระแสของความสนใจ ในผู้มีปัญหาสายตายาวสูงอายุต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ 

การรักษาที่มุ่งเน้นการดัดแปลงความโค้งของกระจกตา เช่น การทำ CK หรือ LASIK จะให้ผลการรักษาอยู่เพียงชั่วคราว เพราะเลนส์แก้วตาที่ขาดความยืดหยุ่นไปตามวัย อันเป็นต้นตอของปัญหาสายตายาวตามวัย ไม่ได้รับการแก้ไข จึงยังมีการเสื่อมสภาพต่อไปได้อีกเรื่อยๆ และต้องเป็นต้อกระจก ซึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจกอีกในที่สุด และการดัดแปลงความโค้งของกระจกตานั้น จะต้องทำแยกให้ข้างหนึ่งใช้มองเห็นระยะไกล ส่วนอีกข้างใช้มองในระยะใกล้ ทำให้การมองเห็น 3 มิติ หรือความแม่นยำในการกะระยะ(depth perception)ลดลง


  เชิญรับข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษา หรือขอคำแนะนำ ว่า SUPERSIGHT SURGERY  เป็นที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่    ที่ ศูนย์ศัลยกรรม SuperSight ของโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา (Click !)                              

  

 

นายแพทย์ สมชาย ตระกูลโชคเสถียร

จักษุแพทย์

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

โทร ( 087 ) 5818282

อีเมล์: somchait@bph.co.th

 

 

 

 Trophy

 

 

การศัลยกรรม SuperSight มีความปลอดภัยเพียงใด?

 ศัลยกรรม SuperSight ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว มาจากดวงตาหลายล้านดวงของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง ( Phacoemulsification ) ที่ใช้เทคนิคเกี่ยวกับการศัลยกรรมเช่นเดียวกันที่ใช้สำหรับการทำศัลยกรรม SuperSight ซึ่งพบว่ามีความเสี่ยงน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดทุกชนิดก็อาจมีความเสี่ยงแฝงอยู่ในตัวเอง และคุณเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้ว่า คุณประโยชน์ที่จะพึงมีของการทำศัลยกรรมใดๆจะมีคุณค่าคุ้มกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เมื่อท่านได้รับคำปรึกษา และข้อมูลที่เพียงพอจากแพทย์ผู้ทำการรักษาของท่านแล้วเท่านั้น

เทคนิคสมัยใหม่ หรือ Microsurgery สำหรับการสลายต้อกระจกได้มีการพัฒนา และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นตลอดเวลาในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง เลนส์แก้วตาธรรมชาติภายในดวงตาซึ่งขุ่นฝ้า และแข็งตัว เสื่อมสภาพไปตามวัย หรือโรคของผู้ป่วย จะถูกสลายให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือเป็นผง แล้วถูกดูดออกทิ้งไป วิวัฒนาการของการผ่าตัดชิดนี้ได้มีความก้าวหน้าอย่างมากมาย และถูกนำมาศึกษาค้นคว้า และประยุกต์นำมาใช้ในการทำศัลยกรรม SuperSight เพื่อที่จะแก้ไขแก้ภาวะสายตาผิดปกติ และสายตายาวสูงอายุ

 

ศัลยกรรม SuperSight อาจจะกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ของผู้มีปัญหาสายตา ทั้งในกลุ่มผู้ที่ปัญหาจากต้อกระจก หรือมีสายตาผิดปกติอย่างมากแต่มีความหนาของกระจกตาไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขด้วยLASIK และเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ปรารถนาจะลดหรือกำจัดความจำเป็นที่ต้องพึ่งพาแว่นสายตา โดยเฉพาะที่ต้องใช้แว่นตาช่วยทั้งการมองในระยะใกล้ และระยะไกล (แม้ว่าจะยังไม่มีปัญหาหรืออาการแสดงของโรคต้อกระจกก็ตาม) ซึ่งในกรณีนี้ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เชื่อว่ายังไม่มีการผ่าตัด หรือศัลยกรรมใดๆ ที่สามารถจะแก้ไขอย่างได้ผล และให้ผลได้ใกล้เคียงธรรมชาติได้มากเท่ากับการทำศัลยกรรม SuperSight

 

 

  ผลการรักษา 
หมายเหตุ ผลลัพธ์ หรือความคิดเห็น  อาจเปลี่ยนแปลง หรือแตกต่างไปแล้วแต่บุคคล )

 

ข้อมูลผลการศึกษาที่ได้รับมากจากการสัมภาษณ์ผลที่ได้รับ และความพึงพอใจในผลของการรักษา จากผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรม SuperSight เมื่อผ่านไป 3 เดือนภายหลังรับการรักษา ทราบว่า

 

       ใช่  (%)    ไม่  (%) 
ถ้าย้อนกลับไปได้ คุณคิดว่ายังคงต้องการเข้ารับการทำศัลยกรรมแก้ไขสายตานี้เช่นเดิม    

 95

   5

คุณยังคงต้องสวมใส่แว่นสายตาภายหลังการการทำศัลยกรรมไปแล้ว  

2

 98

คุณยังจำเป็นต้องใช้แว่นเพื่อช่วยในการมองเห็นในระยะไกล

2

 98

คุณยังจำเป็นต้องใช้แว่นเพื่อช่วยในการมองเห็นในการอ่านหนังสือ    

1

 99

คุณพอใจผลที่ได้รับภายหลังการทำศัลยกรรมแก้ไขสายผิดปกติ   

 96

 4

 

 ประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับภายหลังการทำศัลยกรรม SuperSight มีอะไรบ้าง ?

ผู้ที่ได้รับการศัลยกรรมไปแล้วมักกล่าวว่า พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นที่ไม่ต้องพึ่งพาการใช้แว่นสายตาอยู่ตลอดเวลา มีระยะเวลาพักฟื้นสั้น กลับไปทำงานตามปกติได้รวดเร็ว  และคนเหล่านี้จะไม่มีโรคต้อกระจกเกิดขึ้นอีกในอนาคต  

ภายหลังการศัลยกรรมนานเท่าไร จึงจะเห็นผลของการรักษา และสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ?

ภายหลังการทำศัลยกรรม SuperSight ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ทันที เพราะจะใช้เพียงยาชาหยอดตาช่วยระงับความรู้สึกในขณะทำการศัลยกรรมเท่านั้น การรักษาก็ไม่มีความเจ็บปวด และมีเพียงบางรายเท่านั้นที่อาการระคายเคืองในตาบ้างเล็กน้อยอยู่ชั่วคราวเป็นระยะเวลาสั้นๆภายหลังการทำศัลยกรรม อาการต่างๆจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ และมองเห็นได้ดีในวันรุ่งขึ้นหลังการศัลยกรรม ผู้เข้ารับการรักษาสามารถใช้สายตาได้ทันทีในการทำงาน หรือเพ่งมองสิ่งต่างๆ แต่ยังควรที่จะระมัดระวังไม่ให้น้ำ หรือฝุ่นเข้าตา รวมทั้งไม่ขยี้ตาแรงๆเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาจต้องมีการปรับตัว หรือฝึกฝนการใช้สายตาบ้างตามคำแนะนำของแพทย์ และกลับมาตรวจติดตามดูผลการรักษา และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์นัด

ผลของการรักษาจะคงอยู่ยาวนานหรือไม่ ?

ใช่ ผลการรักษาจะคงอยู่ในระยะยาว

อาจจะมีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง ?

แม้ว่าโอกาสเกิดความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่ากับการกระทำสิ่งใดก็ตาม แต่ศัลยกรรม SuperSight ถือได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามก็ควรจะเข้าใจว่าศัลยกรรมใดๆย่อมมีความเสี่ยง แม้ศัลยแพทย์จะไม่ได้อะไรผิดพลาดเลย และการศัลยกรรมสำเร็จราบรื่นดีทุกประการ แต่ตัวอย่างเช่นค่าความผิดปกติของสายตาอาจแก้ไขได้ไม่หมดสิ้น หรือแก้ไปมากเกินไปกว่าที่ประสงค์ไว้ย่อมเกิดขึ้นได้ โดยทั่วไป ประมาณ 95% ของผู้เข้ารับการศัลยกรรม SuperSight จะประสบผลสำเร็จ และพึงพอใจกับผลการรักษา โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ

ภาวะแทรกซ้อนเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว และไม่รุนแรง ซึ่งจะหายกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ในเวลาต่อมา เช่น การมีความดันภายในลูกตาสูงขึ้นชั่วคราว, การมีเลือดออกใต้เยื่อตา หรือภายในดวงตา, ตาบวม, กระจกตาบวม, จอรับภาพบวม มีน้อยรายมากที่อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่นาน หรือถาวร

ภาวะแทรกซ้อนที่ชนิดรุนแรง เช่น เกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอก ( โอกาสน้อยกว่า 1% ) และภาวะติดเชื้อภายในดวงตา ( endophthalmitis – มีความเสี่ยงที่จะเกิดได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ราย) แม้จะเป็นภาวะแทรกซ้อนชนิดที่รุนแรง แต่ทั้ง 2 ประการดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่สามารถรักษาได้ ถ้าตรวจพบได้รวดเร็วและให้การรักษาได้ทันท่วงที ในรายที่จะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง จนกระทั่งสูญเสียการมองเห็นอย่างมาก และเป็นการถาวร หรือจนกระทั่งตาบอดนั้น ถือว่ามีโอกาสเกิดน้อยมากๆ

จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่าความการเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในการทางศัลยกรรม เช่นเดียวกับการทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเราเหมือนกัน และการที่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆเกิดขึ้นมา ก็ไม่ได้แปลว่า เกิดความผิดพลาด หรือมีความบกพร่องในการทำศัลยกรรม

 

เคยมีใครตาบอดจากการทำศัลยกรรม SuperSight หรือไม่ ?

ไม่มี ยังไม่เคยมีผู้ป่วยทำศัลยกรรม SuperSight รายใดเลยตาบอด อย่างไรก็ตามไม่ใช่หมายความว่าศัลยกรรม SuperSight ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ด้วยการรวมคุณสมบัติของศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างมากของเราและเครื่องมือ, เทคโนโลยี ตลอดจนวิทยาการที่ทันสมัยที่สุดทีเรามี คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับการดูแล รักษา และเอาใจใส่

การทำศัลยกรรม SuperSight จะมีอาการเจ็บปวดหรือไม่?

ไม่เจ็บเลย ก่อนที่ศัลยกรรม SuperSight จะเริ่มต้น แพทย์จะทำการหยอดยาชาช่วยระงับความรู้สึกให้แก่คุณ บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกไม่สบายตาบ้างเล็กน้อย ก็สามารถแจ้งให้แพทย์หยอดยาชาเติมให้ได้ หลังเสร็จสิ้นการทำศัลยกรรม คุณอาจรู้สึกระคายเคืองตาได้บ้างเล็กน้อย เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะบรรเทาลงได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือ นอนหลับพักสักตื่น อาการจะดีขึ้น หรือหายเป็นปกติเมื่อตื่นขึ้นมา

ทุกคนที่ต้องการรักษาสามารถเข้ารับการรักษาด้วยศัลยกรรม SuperSight ได้ใช่ไหม?

ศัลยกรรม SuperSight เป็นสิ่งที่มีผู้สนใจอยากเข้ารับการรักษาอยู่มากมาย แต่มันไม่ได้เหมาะสำหรับคนทุกๆคนไป จึงอยากแจ้งให้ทราบว่า ศัลยกรรม SuperSight จะเหมาะสมสำหรับ ผู้ที่สุขภาพดวงตาที่ดี แต่มีปัญหาทางด้านสายตา คือสายตายาวและไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะใกล้ เนื่องจากภาวะสายตายาวสูงอายุ, เริ่มมีต้อกระจก แต่ยังไม่มากหรือรุนแรง และวัยประมาณตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ผู้ซึ่งรู้ว่าสายตาตนเองแย่ลง ไม่สามารถมองเห็น หรือทำสิ่งต่างๆได้ดีเหมือนแต่เดิม และไม่ชอบ หรือไม่มีความสุขกับการใช้แว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์ กลุ่มผู้สนใจที่มีอาการต่างๆเหล่านี้ อาจจะเหมาะที่จะทำศัลยกรรม SuperSight

ใครบ้างที่เป็นผู้ที่ไม่สมควรทำศัลยกรรม SuperSight หรือมีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา ควรจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ว่าตนเองอยากจะลดการพึ่งพาการใช้แว่นแก้ไขสายตาลง แต่ไม่ได้แปลว่า ภายหลังการศัลยกรรม คุณจะมีสายตาที่ดีเยี่ยมเหมือนเมื่อครั้งที่เยาว์วัย จึงควรมีความคาดหวังที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง อีกทั้งเข้าใจดีถึงความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรม ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาควรจะมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคร้ายแรงที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการให้สงบลงได้ และควรปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลรักษาประจำตัวเสียก่อน นอกจากนั้น ปัญหาเกี่ยวกับความต้องการ หรือ ความคาดหวังที่เกินความเป็นจริง, คนที่ขี้วิตกกังวล หรือคนที่พยายามใช้เลนส์แก้ไขสายตาทุกชนิดแล้วก็ยังไม่ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นจนเป็นที่พอใจได้ เหล่านี้เป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมจะมาเข้ารับการรักษา

ศัลยกรรม SuperSight จะช่วยป้องกันไม่เกิดต้อ หรือโรคตาอื่นๆได้ด้วยหรือไม่?

ไม่ได้เกี่ยวข้องกันครับ แม้ว่าศัลยกรรม SuperSight จะทำให้คุณไม่เป็นโรคต้อกระจก แต่ไม่ได้ช่วยป้องกัน หรือรักษาโรคตาอื่นๆ เช่น ต้อเนื้อ ตาแดง กุ้งยิง หรือจอประสาทตาเสื่อมเมื่อสูงอายุ

แปลว่าในอนาคตไม่จำเป็นต้องผ่าตัดต้อกระจกอีก ใช่หรือไม่?

ถูกต้องครับ เลนส์แก้วตาที่เริ่มเสื่อมสภาพจะถูกนำออกไป ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นต้อกระจกได้อีก

และเลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่ไว้ทดแทนก็จะอยู่อย่างคงทน ถาวร ไม่มีการเสื่อมสภาพ และไม่ต้องการดูแลรักษาใดๆ

สามารถรักษาทั้งสองตาพร้อมกันได้เลยหรือไม่ ?

ได้ครับ ศัลยกรรม SuperSight ให้ผลลัพธ์สามารถทำนายได้ค่อนข้างแม่นยำและปลอดภัย ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ชอบที่จะทำทั้งตาสองในวันเดียวกัน (แบบ Simultaneous Bilateral Cataract Surgery) เพื่อความสะดวกต่อการเข้ารับการรักษา พักฟื้น และการปรับตัวภายหลังการทำศัลยกรรม

อะไรจะช่วยป้องกันไม่ให้หลับตา หรือ กระพริบตาระหว่างการทำศัลยกรรม ?

มีอุปกรณ์ที่ที่ช่วยในการเปิดตา หรือถ่างตา ใช้เพื่อถ่างหนังตาให้เปิดระหว่างการทำศัลยกรรมโดยไม่เจ็บปวด ดังนั้นคุณไม่จะต้องไม่กังวลเกี่ยวกับการกระพริบตา ส่วนการเผลอลืมตัวกลอกตา หรือขยับตาบ้างเล็กน้อยระหว่างการทำศัลยกรรมก็ไม่ได้เป็นปัญหาร้ายแรงอะไร ถ้าเผื่อว่าอาจจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น ก็อยากบอกให้ทราบว่า ผู้ที่เคยผ่านเข้ารับการทำศัลยกรรม SuperSight ส่วนใหญ่จะบอก มันง่ายกว่ามากกว่าที่เขาคิดไว้

สายตาเอียง คืออะไร? SuperSight สามารถแก้สายตาเอียงได้ด้วย หรือไม่ ?

ได้ครับ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของเลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษ
ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมให้คุณทราบว่า ภาวะสายตาอียงมักเป็นผลมาจากความโค้งของกระจกตาของคุณ (ไม่เกี่ยวกับเรื่อง ตาเข ที่ตา 2 ข้างมองคนละทิศทางอย่าไปสับสนกัน) กระจกตาจะเป็นเนื้อเยื่อส่วนที่ใส และครอบตาดำอยู่ทางด้านหน้าเหมือนกระจกหน้ารถ โดยปกติจะมีความโค้งเกือบเป็นครึ่งของทรงกรมเหมือนลูกบาสเก็ตบอล แต่ถ้าคุณมีภาวะสายตาเอียงที่กระจกตาของคุณ กระจกตาจะเบี้ยวคล้ายลูกรักบี้ฟุตบอล หรืออเมริกันฟุตบอล ภาวะสายตาสั้นหรือภาวะสายตายาว สายตายาวสูงอายุ รวมทั้งสายตาเอียง จะสามารถถูกแก้ไขได้ด้วยศัลยกรรม SuperSight ด้

 ค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรม SuperSight สูงมากไหม เป็นราคาเท่าไหร ?

โดยปกติศัลยกรรม SuperSight จะมีค่าใช้จ่าย 200,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมทั้งสองตา รวมค่าเลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษ ค่าห้องพัก 1 คืนในโรงพยาบาล และ ค่ายาในวันที่ทำการศัลยกรรม

หมายเหตุ กรุณาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เฉพาะกรณีที่อาจมีความพิเศษแตกต่างกัน

การทำศัลยกรรม SuperSight สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากการประกันสุขภาพหรือไม่?

โดยปกติการประกันสุขภาพจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษา หรือผ่าตัดต้อกระจก เมื่อการมองเห็นของคุณถูกรบกวน หรือทำให้ลดประสิทธิภาพลงจากต้อกระจกจนกระทั่งเกิดความเสียหาย หรือมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติ

บริษัทผู้รับประกันแต่ละบริษัทอาจมีนโยบาย หรือแผนคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาที่แตกต่างกันออกไปได้ แต่ส่วนมากมักจะครอบคลุมโรคที่มาเกิดขึ้นภายหลังจากการทำประกันสุขภาพแล้ว จึงจำเป็นที่คุณควรจะตรวจสอบกับบริษัทประกันของคุณ ถึงความรับผิดชอบและคุ้มครองตามกรมธรรมที่คุณถืออยู่.

ภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่น ( Secondary Cataract ) คืออะไร?

เลนส์ที่เสื่อมสภาพตามธรรมชาติของดวงตาจะถูกเอาออกไประหว่างการทำศัลยกรรม โดยจักษุแพทย์จะเก็บรักษาถุงเลนส์แก้วตาตามธรรมชาตินั้นไว้ เพื่อเป็นที่เก็บหรือฝังเลนส์แก้วตาเทียม และด้วยกระบวนการสมานตัว หรือการหายของแผลตามธรรมชาติ หลายเดือนหรือหลายปีต่อๆมาหลังจากศัลยกรรม ถุงหุ้มนี้อาจจะขุ่นเป็นฝ้า และสามารถทำให้สายตาที่เคยมองเห็นคมชัดกลับมัว หรือสลัวลง ทำให้บางคนคิดว่าเกิดจากเลนส์เสื่อมสภาพ

เมื่อมันเกิดขึ้น ภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่นนี้ สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย และจะไม่เกิดเป็นซ้ำขึ้นใหม่อีก โดยการตัด หรือการชำระล้างให้เป็นช่องว่างที่สว่างใสที่บริเวณพื้นที่ศูนย์กลางของถุงหุ้มที่ขุ่นทึบด้วยการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ ที่เรียกว่า การทำ Nd:YAG capsulotomy

การทำเลเซอร์รักษาภาวะถุงหุ้มเลนส์ขุ่นนี้ ใช้เวลาสั้นๆไม่ถึง 5 นาที, ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม, ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย, ไม่ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล และ การมองเห็นดีขึ้นเลยทันที

 

   ศัลยกรรม SuperSight Surgery 
                            โทร ( 087 ) 5818282         
 

วิวัฒนาการใหม่ทางการแพทย์ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับคุณได้ ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการในการรักษาปัญหาสายตาที่ไม่เหมือนเดิม เช่น LASIKที่มุ่งสนใจการเปลี่ยนรูปร่างของกระจกตา ศัลยกรรม SuperSight จะแก้ไขที่บนเลนส์ข้างในดวงตา ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ สายตาและการมองเห็นที่คงที่ถาวรภายหลังหลังจากการรักษา คงที่และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา นอกจากนี้ผู้ป่วยยังไม่จำเป็นต้องรักษาโรคต้อกระจกในระยะต่อไป

สำหรับผู้ที่สายตาผิดปกติอย่างมาก ทั้งสายตาสั้น, สายตายาว, หรือมีความหนาของกระจกตาไม่เหมาะสมสำหรับการทำ LASIK โดยเฉพาะที่มีอาการสายตายาวตามวัย หรืออาจจะเริ่มมีต้อกระจก สิ่งนี้จึงเป็นทางออกใหม่ในการแก้ปัญหาสายตาให้กับคุณ

 

ผม / ดิฉัน จะสามารถเข้ารับการรักษาด้วยศัลยกรรม SuperSight ได้หรือไม่?

เมื่ออายุเรามากขึ้น, ตาของเราสูญเสียความสามารถที่จะเพ่งมองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากๆ เราจะต้องเคลื่อนย้ายรูปภาพ, หนังสือหรือหนังสือพิมพ์ ให้ออกไปไกลขึ้นและไกลขึ้นจากตาของเราเพื่อที่จะอ่าน หรือจะมองเห็นมันได้ชัดเจนขึ้น สภาวะนี้ถูกเรียกสายตายาวสูงอายุ เมื่อสายตายาวสูงอายุเป็นมากขึ้นจุดหนึ่งที่ทำให้แขนของเราไม่ใช่ยาวพอ เราก็ต้องการแว่นสายตาช่วยในการอ่านหนังสือ หรือมองระยะใกล้หรือแว่นตามีสองเลนส์ ทุกๆคนจะมีต้องมีประสบการณ์สายตายาวสูงอายุเกิดขึ้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ว่าเขาเริ่มจากสายตาที่ผิดปกติชนิดใดก็ตาม หรือแม้แต่สายตาปกติมา ตลอดชีวิต โดยทั่วไปเมื่ออายุเราย่างเข้า 40 ถึง45 คนเราในวัยนี้จะมีประสบการณ์กับความลำบากในการอ่าน หรือมองในระยะใกล้ๆ ด้วยความก้าวของวิทยาการทางการแพทย์ที่จะใช้เลนส์แก้วตาเทียมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้สามารถเคลื่อนไหว หรือปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ เมื่อสมองสั่งการให้กล้ามเนื้อภายในลูกตาทำงาน ดังนั้นเลนส์ชนิดพิเศษนี้ หรือ - accommodative IOL - จึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้แว่นแก้สายตามาช่วยเหลือในการมองเห็นระยะใกล้และไกล นอกจากนี้ ยังมีเลนส์แก้วตาเทียมชนิดตั้งระยะปรับความคมชัดของภาพได้ทั้งระยะไกล, ระยะกลาง และระยะใกล้ ให้เกิดภาพคมชัดชัดทุกระยะได้ตลอดเวลา เช่น เลนส์ AT LISA tri 839 MP หรือ tri toric 939 MP จาก ZEISS ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำในการเลือกใช้เลนส์ชนิดที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ ของผู้รับการรักษาแต่ละราย

 

หากคุณจะลองพิจารณาถึงวิทยาการ หรือเทคโนโลยี สำหรับการแก้ปัญหาสายตาของคุณ
นี่คือคำตอบสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการสวมแว่นตา หรือใส่คอนแทคเลนส์

 

ถ้าคุณเบื่อหน่ายกับการต้องคอยหา หรือต้องสวมใส่แว่นสายตา หรือ คอนแทคเลนส์  ด้วยเหตุผลส่วนตัวอย่างใดก็ตาม 
ทั้งทางด้านการงานอาชีพ, การหาความบันเทิง, โอกาสเกี่ยวกับสังคม, หรือต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีจากการมองเห็นที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน
ศัลยกรรม SuperSight ทำให้คุณมองเห็นโลกในมุมมองใหม่ของคุณ

 Best performance


 

คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

ผู้คนจำนวนมากมายคือ เริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังมากขึ้น ในการมองหา หรือคิดถึงการแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยการทำศัลยกรรม เนื่องจากความสำเร็จอย่างมากมายที่ผู้คนที่ตัดสินใจเข้ารับการรักษา และได้มองเห็นถึงประโยชน์ของผลลัพธ์ระยะยาว, ความปลอดภัย และความแม่นยำของผลในการรักษา   เป็นเรื่องธรรมดาที่บางคนยังมีความรู้สึกไม่มั่นใจ หรือยังคงมีความกังวลว่าการศัลยกรรมรักษาภาวะสายตาผิดปกติอาจจะยังไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างสมบูรณ์ตามที่เขาต้องการ หลายคนมองเรื่องนี้เป็นเหมือนการลงทุนสำหรับตัวเองและอนาคตของพวกเขา

แต่ด้วยสิ่งที่เห็นได้ยินมาถึงผลลัพธ์ของการรักษา พวกเริ่มเกิดความมั่นใจ และเริ่มจินตนาการถึงอะไรที่อยากจะเป็นหรืออยากจะทำ เมื่อชีวิตไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตา

คุณประโยชน์ หรือกำไรชีวิต

เหตุผลส่วนตัวต่างๆอันหลากหลายของแต่ละบุคคล ที่คิดจะทำศัลยกรรมรักษาความผิดปกติของสายตา ที่มองกันไปต่างๆนานาถึงโอกาส ที่จะได้ปฏิบัติสิ่งต่างๆ หรือใช้ชีวิตได้อย่างตามใจ มีอิสระในดำเนินชีวิต หรือในงานอดิเรกของเขาทั้งหลาย ทำให้หลายคนเริ่มค้นคว้าหาความรู้เพื่อมาช่วยประกอบการตัดสินใจ


ผู้ที่ชื่นชอบกับชีวิตผจญภัย หรือเล่นกีฬา 

- จากผู้ชื่นชมชีวิตอิสระ, ขาลุย จนถึงนักกีฬาผู้เชี่ยวชาญ จำนวนมากมายปรารถนาเพื่อลดต้องการพึ่งพาการใช้แว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์ ด้วยเหตุผลของความปลอดภัยหรือเหตุผลที่จะสามารถปฏิบัติสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น
 


อาชีพและโอกาสเกี่ยวกับสังคม 

– คนจำนวนมากมายคำนึงถึงความเกี่ยวพันเกี่ยวกับความปลอดภัยของตนเอง, เด็กๆที่ต้องคอยดูแลหรือ ลูกค้าที่พวกเขาต้องให้บริการ ซึ่งถ้าเกิดว่าเขาจะสูญเสียแว่นหรือคอนแทคเลนส์ที่เขาต้องใช้แก้ไขสายตาไปขณะที่กำลังปฏิบัติงาน ไม่ว่ามันจะแตก หรือหลุดหายไป อันตราย หรือความผิดพลาดต่างๆอาจเกิดขึ้นตามมาได้ แม้แต่ความกังวลกับเรื่องง่ายๆ เช่น เวลาสวมแว่นสองเลนส์แล้วเดินลงไม่สามารถมองเห็นขั้นบันใดได้ชัดเจน เป็นต้น 
 


ผู้เดินทางบ่อย 

– สำหรับผู้ที่ต้องขับรถ หรือทำงานอยู่บนท้องถนน การผิดพลาดเล็กน้อยที่อาจเกิดจากปัญหาของการใช้แว่น หรือคอนแทคเลนส์แก้ไขสายตา อาจส่งผลมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสะดวก แต่อาจเป็นเรื่องของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย